ข่าวประชาสัมพันธ์

หลักเกณฑ์การให้ทุนพัฒนาอาจารย์คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์...


 

          ด้วยคณะศึกษาศาสตร์ มีความประสงค์จะส่งเสริมและสนับสนุนให้อาจารย์ได้มีโอกาสพัฒนาความรู้ความสามารถทางวิชาการ เพื่อเสริมสร้างคุณภาพและเพิ่มประสิทธิภาพในการสอน การค้นคว้า การสร้างผลงานทางวิชาการ

          ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๑๑ แห่งประกาศมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เรื่อง ระเบียบว่าด้วยกองทุนของหน่วยงานในสังกัดมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๔๗ และตามมติที่ประชุมคณะกรรมการกองทุนคณะศึกษาศาสตร์ ในการประชุมครั้งที่ ๔/๒๕๖๑ เมื่อวันที่ ๑๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ จึงกำหนดหลักเกณฑ์การให้ทุนไว้ดังต่อไปนี้

          

ข้อ ๑ ในประกาศนี้

          “มหาวิทยาลัย” หมายความว่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

          “คณบดี” หมายความว่า คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

          “คณะ” หมายความว่า คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

          “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการกองทุนคณะศึกษาศาสตร์

          “อาจารย์” หมายความว่า ข้าราชการในมหาวิทยาลัย หรือพนักงานมหาวิทยาลัย ที่ดำรงตำแหน่งอาจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ ศาสตราจารย์ ของคณะศึกษาศาสตร์ ซึ่งทำหน้าที่สอนในคณะศึกษาศาสตร์มาแล้วไม่น้อยกว่า ๑ ปี นับถึงวันที่ยื่นขอทุน

         

          “ศึกษา” หมายความว่า การเพิ่มพูนความรู้ด้วยการเรียน โดยการศึกษาต่อเต็มเวลาตลอดหลักสูตรในต่างประเทศ ตามหลักสูตรภาคปกติของสถาบันการศึกษาหรือสถาบันวิชาชีพเพื่อให้ได้มาซึ่งปริญญา หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพในระดับที่สูงขึ้นตามกฎ ก.พ. ว่าด้วยการนั้น

          “วิจัย” หมายความว่า การศึกษาค้นคว้าในงานที่ผู้ขอรับทุนรับผิดชอบ หรือเกี่ยวข้องกับสาขาวิชา
ที่สอน โดยดำเนินการตามหลักการวิจัยที่ถูกต้อง และต้องไม่เป็นงานวิจัยในการศึกษาเพื่อจบหลักสูตรของ
ผู้ขอรับทุน 

          

          “ฝึกอบรม” หมายความว่า การเพิ่มพูนความรู้ ความชำนาญ หรือประสบการณ์โดยไม่มีการรับปริญญา หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพตามกฎ ก.พ. ว่าด้วยการนั้น

          “การประชุมวิชาการ” หมายความว่า การเพิ่มพูนความรู้หรือประสบการณ์ด้วยการนำเสนอผลงานวิชาการระดับนานาชาติ

          “ตำรา” หมายความว่า งานวิชาการที่ใช้สำหรับการเรียนการสอนทั้งวิชา หรือเป็นส่วนหนึ่งของวิชา ซึ่งเกิดจากการนำข้อค้นพบจากทฤษฎี จากงานวิจัยของผู้เขียน หรือความรู้ที่ได้จากการค้นคว้าศึกษา มาวิเคราะห์ สังเคราะห์ รวบรวมและเรียบเรียง โดยมีมโนทัศน์ที่ผู้เขียนกำหนดให้เป็นแกนกลาง ซึ่งสัมพันธ์กับมโนทัศน์ย่อยอื่นอย่างเป็นระบบ มีเอกภาพสัมพันธภาพและสารัตถภาพตามหลักการเขียนที่ดี ใช้ภาษาที่เป็นมาตรฐานทางวิชาการ และให้ความรู้ใหม่อันเป็นความรู้สำคัญที่มีผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงต่อวงการวิชาการนั้น ๆ เนื้อหาสาระของตำราต้องมีความทันสมัย เป็นรูปเล่มที่ประกอบด้วย คำนำ สารบัญ เนื้อเรื่อง การอธิบายหรือการวิเคราะห์ การสรุป การอ้างอิง บรรณานุกรม และดัชนีค้นคำ ทั้งนี้ควรมีการอ้างอิงแหล่งข้อมูลที่ทันสมัยและครบถ้วนสมบูรณ์ การอธิบายสาระสำคัญมีความชัดเจน โดยอาจใช้ข้อมูล แผนภาพ ตัวอย่าง หรือกรณีศึกษาประกอบจนผู้อ่านสามารถทำความเข้าใจในสาระสำคัญนั้นได้โดยเบ็ดเสร็จ

          “หนังสือ” หมายความว่า งานวิชาการที่เกิดจากการค้นคว้าศึกษาความรู้ ในเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างรอบด้านและลึกซึ้ง มีการวิเคราะห์ สังเคราะห์และเรียบเรียงอย่างเป็นระบบ ประกอบด้วยมโนทัศน์หลัก
ที่เป็นแกนกลางและมโนทัศน์ย่อยที่สัมพันธ์กัน มีความละเอียดลึกซึ้ง ใช้ภาษาที่เป็นมาตรฐานทางวิชาการ
 ให้ทัศนะของผู้เขียนที่สร้างเสริมปัญญาความคิดและสร้างความแข็งแกร่งทางวิชาการให้แก่สาขาวิชานั้น ๆ หรือสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง เนื้อหาของหนังสือไม่จำเป็นต้องสอดคล้องหรือเป็นไปตามข้อกำหนดของหลักสูตรหรือของวิชาใดวิชาหนึ่งในหลักสูตร และไม่จำเป็นต้องนำไปใช้ประกอบการเรียนการสอนในวิชาใดวิชาหนึ่ง เนื้อหาของหนังสือต้องมีความทันสมัย เป็นรูปเล่มที่ประกอบด้วย คำนำ สารบัญ เนื้อเรื่อง การวิเคราะห์ การสรุป การอ้างอิง บรรณานุกรม และดัชนีค้นคำ ที่ทันสมัยและครบถ้วนสมบูรณ์ โดยอาจมีข้อมูล แผนภาพ ตัวอย่าง หรือกรณีศึกษาประกอบด้วยก็ได้ ตามรูปแบบอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้

๑. เป็นงานที่อาจารย์เขียนทั้งเล่ม (authored book)

                     ๒. เป็นงานวิชาการบางบทหรือส่วนหนึ่งในหนังสือที่มีผู้เขียนหลายคน (book chapter)

          “ทุน” หมายความว่า เงินหรือทรัพย์สินที่จ่ายให้สำหรับการศึกษา การวิจัย การฝึกอบรม
การประชุมวิชาการ การเขียนตำราหรือหนังสือ

          ข้อ ๒ การพิจารณาให้ทุน

          การพิจารณาให้ผู้ขอรับทุนไปศึกษา วิจัย ฝึกอบรม การประชุมวิชาการ หรือเขียนตำราหรือหนังสือ ให้พิจารณาตามความจำเป็นและความต้องการของหน่วยงานที่จะได้ผู้ที่มีความรู้ ความชำนาญในสาขาวิชา
ที่ตรงกับสายงานที่ปฏิบัติหรือเป็นสาขาที่หน่วยงานขาดแคลนเพื่อให้ผู้รับทุนสามารถพัฒนาปรับปรุงงาน
ให้มีประสิทธิผลตามเป้าหมายของคณะศึกษาศาสตร์ โดยได้รับคำรับรองจากหัวหน้าภาควิชา

 

          ข้อ ๓ ผู้มีสิทธิขอรับทุนไปศึกษา ต้องมีคุณสมบัติดังนี้

                     ๓.๑ เป็นผู้ที่ไม่ได้รับการยกเว้นค่าลงทะเบียน ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ และไม่ได้รับทุนอื่นใด
จากแหล่งอื่นในหลักสูตรเดียวกัน หากได้รับทุนอื่นอีกจะต้องแจ้งให้คณะกรรมการทราบ

                     ๓.๒ เป็นผู้ที่ศึกษาตั้งแต่เริ่มต้นการศึกษาตลอดจนจบหลักสูตรการศึกษานั้นในหลักสูตรระดับปริญญาเอก ๓ ปี หรือหลักสูตรระดับหลังปริญญาเอกในต่างประเทศ

          ข้อ ๔ ผู้ประสงค์ขอรับทุนไปศึกษา จะต้องยื่นใบสมัครตามแบบที่กำหนดก่อนเดินทางไปศึกษา
ไม่น้อยกว่า ๔ เดือน นับจากวันที่กำหนดเดินทางไปศึกษา และยื่นหนังสือตอบรับการเข้าศึกษาของสถาบันการศึกษา ต่อคณะกรรมการก่อนการเดินทาง ไม่น้อยกว่า ๒ เดือน นับจากวันที่กำหนดเดินทางไปศึกษา

          ข้อ ๕ ผู้ได้รับทุนไปศึกษาในระดับปริญญาเอก หรือในระดับหลังปริญญาเอก มีสิทธิได้รับทุนเพียงครั้งเดียว

          ข้อ ๖ ทุนการศึกษาให้จ่ายได้ไม่เกินหลักเกณฑ์การให้ทุนของ ก.พ.

          ข้อ ๗ ผู้ประสงค์ขอรับทุนวิจัย ต้องเป็นหัวหน้าโครงการวิจัยและต้องยื่นใบสมัครขอรับทุนตามแบบที่กำหนดพร้อมแนบโครงการวิจัยให้แก่คณะกรรมการโดยผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการวิจัยและบริการวิชาการของคณะศึกษาศาสตร์ กรณีโครงการวิจัยดังกล่าวได้ยื่นขอรับทุนจากหน่วยงานอื่นร่วมด้วยจะต้องแจ้งให้คณะกรรมการทราบ

          ข้อ ๘ คณะกรรมการจะพิจารณาให้ทุนวิจัยปีละ ๑ ครั้ง คือ เดือนสิงหาคม ในกรณีที่มีผู้ขอรับทุนจำนวนมาก ให้สนับสนุนผู้ขอรับทุนที่ยังไม่เคยได้รับทุนวิจัยจากกองทุนคณะศึกษาศาสตร์มาก่อน

          ข้อ ๙ ผู้ขอรับทุนวิจัยมีสิทธิ์ขอรับทุนครั้งละ ๑ เรื่อง และต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นสมบูรณ์ก่อนขอรับทุนวิจัยครั้งต่อไป

          ข้อ ๑๐ ทุนวิจัยจ่ายได้ไม่เกินทุนละ ๕๐,๐๐๐ บาท (ห้าหมื่นบาทถ้วน) และผู้รับทุนต้องทำวิจัย
ให้แล้วเสร็จภายใน ๑ ปี นับแต่วันที่ได้รับทุน การจ่ายเงินทุนจะแบ่งเป็น ๓ งวด

                     งวดที่ ๑ เมื่อโครงการวิจัยได้รับอนุมัติ ให้ได้รับทุนร้อยละ ๔๐

                     งวดที่ ๒ เมื่อส่งรายงานความก้าวหน้าเพื่อแสดงผลการวิจัยให้ได้รับทุนร้อยละ ๔๐

งวดที่ ๓ เมื่อจัดส่งรูปเล่มที่สมบูรณ์ให้คณะกรรมการ และเผยแพร่ผลงานวิจัยในวารสาร
ที่ได้รับการรับรองแล้ว ให้ได้รับทุนร้อยละ ๒๐

          ข้อ ๑๑ สำหรับทุนวิจัยที่คณะศึกษาศาสตร์ต้องจ่ายร่วมกับหน่วยงานอื่นให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการกองทุนคณะศึกษาศาสตร์เป็นรายกรณี

          ข้อ ๑๒ โครงการวิจัยต้องมีลักษณะดังนี้

                     ๑๒.๑ เป็นโครงการวิจัยในสาขาวิชาที่ผู้ขอรับทุนสังกัด หรือตอบสนองกับนโยบายของคณะ

                     ๑๒.๒ ไม่ได้จัดทำหรือเผยแพร่ผลงานวิจัยก่อนขอรับทุน

                     ๑๒.๓ ไม่มีค่าตอบแทนนักวิจัยและค่าครุภัณฑ์ใด ๆ

                     ๑๒.๔ เป็นโครงการวิจัยที่ดำเนินการแล้วเสร็จภายในระยะเวลา ๑ ปี

          ข้อ ๑๓ ผู้ขอรับทุนไปฝึกอบรมหรือประชุมวิชาการ จะต้องยื่นใบสมัครตามแบบที่กำหนดพร้อมหนังสือเชิญของสถาบันที่จะไปฝึกอบรมหรือประชุมวิชาการ ก่อนการเดินทางไปฝึกอบรมหรือประชุมวิชาการไม่น้อยกว่า ๑ เดือน นับจากวันที่กำหนดเดินทางและยื่นหนังสือตอบรับต่อคณะกรรมการในระยะเวลา
ไม่น้อยกว่า ๑๐ วัน นับจากวันที่กำหนดเดินทาง ก่อนการเดินทางไปฝึกอบรมหรือประชุมวิชาการ

          ข้อ ๑๔ ทุนฝึกอบรม หรือประชุมวิชาการต่างประเทศ แบ่งออกเป็น ๒ ประเภท ดังนี้

                     ๑๔.๑ ทุนฝึกอบรมหรือประชุมวิชาการตามความต้องการของคณะ

                     ๑๔.๒ ทุนฝึกอบรมหรือประชุมวิชาการตามความต้องการของผู้ขอรับทุน

          ข้อ ๑๕ ทุนฝึกอบรมหรือประชุมวิชาการต่างประเทศตามความต้องการของคณะ ให้จ่ายไม่เกิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) ตามรายการดังนี้

                     ๑๕.๑ ค่าเครื่องบิน ไป-กลับ ชั้นประหยัด จากประเทศต้นทางถึงประเทศปลายทางตาม
ที่จ่ายจริง (บินตรง)

                     ๑๕.๒ ค่าเบี้ยเลี้ยงและค่าที่พักให้จ่ายได้ไม่เกินอัตราที่กระทรวงการคลังกำหนด

                     ๑๕.๓ ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เพื่อการเดินทางและระหว่างการฝึกอบรมหรือประชุมวิชาการ
ให้สามารถเบิกจ่ายได้ตามความจำเป็นหรือตามที่สถาบันที่จัดการฝึกอบรมหรือจัดประชุมวิชาการกำหนด

          ข้อ ๑๖ ทุนฝึกอบรมหรือประชุมวิชาการต่างประเทศตามความต้องการของผู้ขอรับทุน ให้อยู่
ในดุลยพินิจของคณะกรรมการ แต่ไม่เกินรายละ ๒๕,๐๐๐ บาท (สองหมื่นห้าพันบาทถ้วน) สำหรับผู้ที่เคย

ได้รับทุนสนับสนุนตามข้อนี้แล้ว จะต้องเว้นระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๒ ปี นับตั้งแต่วันอนุมัติทุนครั้งสุดท้าย จนถึงวันยื่นใบสมัครขอรับทุนครั้งต่อไป

          ข้อ ๑๗ ทุนประชุมวิชาการในประเทศตามความต้องการของคณะ ให้จ่ายเป็นค่าลงทะเบียน
ค่าเดินทาง ค่าเบี้ยเลี้ยง ในวงเงินค่าที่พัก ในวงเงินไม่เกิน ๒๕,๐๐๐ บาท (สองหมื่นห้าพันบาทถ้วน)

          ข้อ ๑๘ ให้ผู้รับทุนตามข้อ ๑๕, ๑๖ และ ๑๗ ส่งรายงานสรุปผลการฝึกอบรมหรือการประชุมวิชาการแก่คณะกรรมการเพื่อการเผยแพร่ต่อไป

          ข้อ ๑๙ ทุนเขียนตำราหรือหนังสือ จ่ายได้ไม่เกินทุนละ ๓๐,๐๐๐ บาท (สามหมื่นบาทถ้วน) โดยจะจ่ายเมื่อผ่านทั้ง ๓ ข้อต่อไปนี้

๑๙.๑ ผ่านการกลั่นกรองตำราหรือหนังสือจากคณะกรรมการส่งเสริมการผลิตหนังสือ ตำรา และนวัตกรรมทางการศึกษา ของคณะศึกษาศาสตร์

๑๙.๒ ผ่านการประเมินโดยคณะผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาวิชานั้น ๆ หรือสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง (peer reviewer) ที่มาจากหลากหลายสถาบันจำนวน ๓ ท่าน โดยมีผลการประเมินตั้งแต่ระดับดีขึ้นไป และค่าตอบแทนสำหรับคณะผู้ทรงคุณวุฒิให้เป็นมติของคณะกรรมการ

๑๙.๓ ผู้ขอรับทุนส่งมอบตำราหรือหนังสือที่ผ่านการแก้ไขตามข้อเสนอแนะของ
คณะผู้ทรงคุณวุฒิ ตามข้อ ๑๙.๒ แล้ว

          ข้อ ๒๐ ตำราหรือหนังสือที่ผู้ขอรับทุนตามข้อ ๑๙ ต้องมีลักษณะดังนี้

                     ๒๐.๑ มิได้จัดทำขึ้นโดยมิชอบด้วยกฎหมายหรือละเมิดสิทธิของผู้อื่น

                     ๒๐.๒ มิได้จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์/หน่วยงานใดเพื่อการจัดจำหน่ายมาก่อนขอรับทุน

          ข้อ ๒๑ ผู้ขอรับทุนเขียนตำราหรือหนังสือ จะต้องยื่นใบสมัครขอรับทุนและเสนอโครงการตามแบบ
ที่กำหนด และขอได้ครั้งละ ๑ เรื่อง ซึ่งจะต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นสมบูรณ์ก่อนการขอรับทุนครั้งต่อไป

          ข้อ ๒๒ ผู้ได้รับทุนไปศึกษา ฝึกอบรมตามความต้องการของคณะ และผู้ได้รับทุนวิจัย ต้องทำสัญญากับคณะศึกษาศาสตร์ สำหรับผู้ได้รับทุนศึกษาหรือฝึกอบรม ให้กลับมาปฏิบัติงานเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสองเท่าของระยะเวลาที่ผู้ได้รับทุนผู้นั้นไปศึกษาหรือฝึกอบรม  การทำสัญญาให้เป็นไปตามแบบและวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด

          ข้อ ๒๓ กรณีผู้ได้รับทุนไม่กลับมาปฏิบัติงานตามสัญญา ต้องชดใช้เงินเดือนที่ได้รับระหว่างไปศึกษา ฝึกอบรม และเงินทุนที่ได้รับ กับต้องชดใช้เงินเพิ่มอีกสองเท่าของจำนวนเงินเดือนและเงินทุนที่ได้รับ ให้เป็นเบี้ยปรับแก่ทางหน่วยงานอีกด้วย

          ในกรณีที่ผู้ได้รับทุน กลับมาแล้วปฏิบัติงานไม่ครบกำหนดตามสัญญา ก็ให้ลดเงินที่จะต้องชดใช้และเบี้ยปรับตามวรรคแรกลงตามส่วน

          ข้อ ๒๔ กรณีผู้ได้รับทุนวิจัยไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญา จะต้องชดใช้เงินทุนตามที่ได้รับไป แล้วคืนกองทุนคณะศึกษาศาสตร์

          ข้อ ๒๕ กรณีมีปัญหาในการปฏิบัติตามระเบียบ ให้อยู่ในดุลยพินิจของคณบดี โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการกองทุนคณะศึกษาศาสตร์

 

ขั้นตอนในการยื่นขอประเมินตำราหรือหนังสือเพื่อขอตำแหน่งทางวิชาการ (ประเภทขอทุนฯ)

ขั้นตอนในการยื่นขอประเมินตำราหรือหนังสือเพื่อขอตำแหน่งทางวิชาการ (ประเภทไม่ขอทุนฯ) 

 

Download ใบสมัคร [Word]  [PDF]